ความแตกต่างระหว่างคำต่อท้ายและคำนำหน้า

คำต่อท้าย vs คำนำหน้า



ทุกภาษามีคำที่ใช้สร้างประโยคและประโยคได้ คำประกอบด้วยก้านหรือรากและยังสามารถมีส่วนเสริม รากเป็นคำฐานและสามารถรวมกับคำอื่นเพื่อสร้างคำอื่นซึ่งอาจมีความหมายที่แตกต่างกัน
คำที่เพิ่มลงในคำรากเพื่อแก้ไขความหมายเรียกว่า 'คำต่อท้าย' และ 'คำนำหน้า' พวกเขาเรียกว่า 'affixes' และจะเพิ่มก่อนหรือหลังคำราก คำนำหน้าและคำต่อท้ายอาจมีความหมายที่แตกต่างกันทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคำรากที่เพิ่มเข้ามา
คำต่อท้ายหมายถึงกาลและจำนวนคำ นอกจากนี้ยังสามารถบ่งบอกว่าเป็นส่วนใดของคำพูด มันถูกเพิ่มหลังคำต้นกำเนิดหรือรากและสามารถให้ไวยากรณ์ ข้อมูล แต่ไม่เปลี่ยนความหมายของคำ (inflectional) หรือสามารถเปลี่ยนความหมายของคำได้ (อนุพันธ์)
ตัวอย่างเช่นรากศัพท์ของคำว่า“ ความรัก” ซึ่งอยู่ในกาลปัจจุบันหากเติมคำต่อท้าย“ ed” เข้าไปในรูปของคำว่า“ รัก” ก็จะรวมกันเป็นอดีตกาลของคำนั้น หากเติมคำต่อท้าย“ ly” ในรูปคำว่า“ น่ารัก” คำนี้จะกลายเป็นคำคุณศัพท์
ในทางกลับกันคำนำหน้าคือคำเสริมที่เติมก่อนคำต้นกำเนิดหรือรากศัพท์และเปลี่ยนรูปแบบและความหมายของคำที่ติดอยู่บ่อยครั้งให้ความหมายตรงกันข้าม ยกตัวอย่างเช่นคำว่า 'tie' หากมีการเพิ่มคำนำหน้า“ un” เข้าไปจะทำให้เกิดคำว่า“ untie” ซึ่งมีความหมายตรงกันข้ามกับคำว่า“ tie”
การติดไม่สามารถยืนได้ด้วยตัวเองและจำเป็นต้องแนบกับคำรากเพื่อให้มีความหมาย ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของคำต่อท้ายและคำนำหน้า:
คำต่อท้าย: s, es, ed, est, er, ing, n’t, ism, ile, ion, ity, ist, ive, ment, ous, ure, ize, ary, ant, ate และ y
คำนำหน้า: un, pre, re, a, ab, ad, anti, ambi, apo, extra, homo, contra, super, be, co, de, dis, en, ex, hypo, semi, trans, sub, pro, มากกว่าและออก
ตัวอย่าง: รากศัพท์คำว่า 'arm' หากเติมคำต่อท้าย“ ed” จะเป็นการสร้าง“ อาวุธ” ในอดีต หากมีการเพิ่มคำนำหน้า“ ใต้” จะทำให้เกิดคำอื่น“ ใต้วงแขน” ซึ่งมีความหมายแตกต่างจากคำรากศัพท์ นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มคำต่อท้าย 's' เพื่อสร้างคำว่า 'arms' ซึ่งเป็นรูปพหูพจน์ของคำว่า 'arm'
สรุป:

1. คำนำหน้าคือคำเสริมที่ถูกเพิ่มก่อนคำรากหรือส่วนท้ายเพื่อแก้ไขความหมายในขณะที่คำต่อท้ายคือคำเสริมที่เพิ่มหลังคำต้นกำเนิดหรือคำราก
2. คำต่อท้ายสามารถแสดงถึงกาลหรือจำนวนของคำต้นกำเนิดหรือรากศัพท์ในขณะที่คำนำหน้าสามารถให้ความหมายที่แตกต่างกันซึ่งอาจตรงข้ามกับคำราก
3. คำนำหน้าและคำต่อท้ายไม่สามารถยืนได้ด้วยตัวเองและจำเป็นต้องมีคำรากเพื่อให้มีความหมาย

ความคิดใหม่

หมวดหมู่

  • แฟชั่นและความงาม
  • นก
  • การลงทุน
  • แนะนำ